Top

His Sight 02 : คุยกับ ALYN ศิลปินอินดี้ผู้ผลักดันตัวเองจาก “Youtuber” สู่ “นักดนตรีอาชีพ” ด้วยความรัก

เจมส์ อลิน วี หรือ ALYN นักร้องหนุ่มมาดเซอร์วัย 25 ปี ลูกครึ่งไทย-สิงคโปร์ ที่มีเส้นทางชีวิตโอบล้อมด้วยเสียงดนตรีมาตลอด ด้วยแพชชั่น ทำให้เขาเริ่มลงมือ Cover เพลงลงยูทูบจนเป็นที่รู้จัก ได้ร่วมงานกับ วิโอเลต วอเทียร์ และยูทูบเบอร์พรสวรรค์สูง billbilly01 จนมีฐานแฟนคลับ ซึ่งระหว่างนั้น เจ้าตัวก็มีเพลงฮิตอย่าง  Addicted, หมดรัก, ย้อนเวลา และก้าวสำคัญที่สุดในชีวิต กับการได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินค่าย LOVEis ภายใต้การดูแลของ บอย โกสิยพงษ์ ซึ่งเหตุผลเดียวที่ทำให้เขาเดินทางมาถึงตรงนี้ได้ ก็คือ “ความรัก” ในดนตรี

 

 

อลินเติบโตในครอบครัวดนตรี คุณพ่อร้องเล่น บรรเลงเปียโน มีพี่ชายที่หลงใหลในการเล่นกีตาร์เพลง Blues และคุณแม่ที่ชอบฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจ สภาพแวดล้อมหล่อหลอมให้โสตประสาทของอลินมีแต่เสียงดนตรีในหัว ท่วงทำนอง เมโลดี้ บวกกับความชื่นชอบที่จะร้องเพลงในทุกๆ วัน จนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และผลักดันให้ตัวเองเริ่มหัดเล่นกีตาร์ตอนอายุ 13 ปี

 

 

แม้คุณพ่อจะชอบฟัง The Beatles แต่ด้วยวัยและยุคสมัย อลิน กลับชอบฟังเพลงเพลงสากลแนว Pop-Punk Rock พูดง่ายๆ ก็คือ เขาไม่ได้รับอิทธิพลในสไตล์การฟังเพลงจากที่บ้านมาเลย กลับมองว่าเชยด้วยซ้ำ

 

“Wake Me Up When September End” เพลงชาติแห่งเดือนกันยายน ของวงพังก์ร็อก-อัลเทอร์เนทีฟ Green Day คือเพลงแรกที่เขาหัดเล่น ไม่ต้องเดาเลยว่า ลิสต์วงที่ชอบและแกะเล่นเป็นประจำคงหนีไม่พ้น Green Day, Blink 182, Sum 41, Linkin Park แต่พอเติบโตขึ้นเขากลับมาฟัง The Beatles และวงรุ่นเก่าๆ อีกครั้ง ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป รวมถึงรสนิยมการฟังเพลงที่กว้างขึ้น ต่อมา ชื่อของ ALYN ปรากฏอยู่บนคลิปยูทูบ และเป็นที่รู้จักครั้งแรกตอนอายุ 15 ปี ด้วยการ Cover เพลง Firework ของ Katy Perry แบบ One Man Band เล่นเองทุกชิ้น

 

 

ภายนอกที่ดูพูดน้อย เรียบร้อย สุขุม แต่เมื่อได้จับกีตาร์ตัวเก่งและปล่อยตัวเองไปตามฟีลลิ่ง ไม่น่าเชื่อ..เหมือนองค์ประทับร่าง เขาเล่นกีตาร์ราวกับเป็นอวัยวะชิ้นหนึ่งในร่างกาย เสียงร้องชวนเคลิ้มเพราะๆ จนไม่เหลือภาพหนุ่มขี้อายเมื่อเราเจอตอนแรก

___________

His ชวนผู้อ่านมานั่งชิลๆ คุยกับหนุ่มอลินให้รู้จักตัวตน ไลฟ์สไตล์ วิธีการทำงาน และแพชชั่นความรักในดนตรีของผู้ชายคนนี้ให้มากขึ้น

 

อะไรที่ทำให้ลุกขึ้นมาทำเพลงแบบจริงจัง?

ตั้งแต่เด็ก ผมหยุดร้องเพลงไม่ได้ ในหัวมันมีไอเดีย มีเมโลดี้อยู่ตลอด เหมือนมีเสียงที่อยู่ในนั้น จนไม่รู้จะทำยังไงกับมัน เลยตัดสินใจฝึกแต่งเพลง เริ่มแรกแค่อยากเอาเสียงที่อยู่ในหัวออกมาให้ได้ เวลาได้ยินเสียงในหัวจะคอยอัดเอาไว้ จากนั้นค่อยทำดนตรี ก่อนจะกลายเป็นเดโม่ และเป็นเพลงเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งตลอดเวลาไม่มีคลิปไหนที่มันพีค หรือดังเป็นพิเศษ มันค่อยๆ ไปทีละสเต็ป ก่อนหน้านี้เราได้ไปเล่นละครเพลง “ครัวซองทำนองรัก” ก็มีเพลงที่เราแต่งแล้วถูกนำไปใช้ เลยมีคนติดตามทั้งสองทาง ทำให้เราเป็นที่รู้จักมากขึ้น จากนั้นได้ทำ Cover กับเพื่อนสนิท Billbilly01 ก็เป็นอีกสเต็ปที่คนรู้จักมากขึ้น เพราะทำกันเยอะมาก ซระหว่างนั้นผมก็ทำเพลงของตัวเองไปด้วย ทำเอง แต่งเอง ปล่อยเอง ถ่ายเอ็มวีเอง

 

เส้นทางสู่นักดนตรีอาชีพค่าย Loveis?

ช่วงจังหวะได้ไปเล่นงาน ยิปซี คาร์นิวัล ได้เจอกับพี่บอย โกสิยพงษ์ โชคชะตาก็พาให้ผมได้ไปเล่นงาน Rhythm & Boyd พี่บอยเลยชวนเราเข้าไปคุย จนเข้ามาในค่าย เค้าชอบเพลง วิธีเขียนเพลง แค่นี้ก็รู้สึกเป็นเกียรติสำหรับผมแล้ว สำหรับการทำงาน ค่ายซัพพอร์ตให้อิสระเต็มที่ ช่วยเติมสิ่งที่เราขาด พี่บอย กับ พี่ไก่ สุธี ชี้แนะ สอนเราในเรื่องการเขียนเพลง โปรดักชั่นการมิกซ์ มาสเตอร์ แต่การทำงานก็ยังเป็นเรา 90% โดยพี่ๆ ใช้ประสบการณ์เข้ามาเพิ่มไอเดียที่เรายังอาจขาดไป เช่นเดียวกัน การทำงานเราไม่เหงาแล้ว (หัวเราะ) จากที่ทำคนเดียวในห้อง เรามีทีมงาน มีพี่ๆ คอยซัพพอร์ต ให้คำปรึกษา

 

วิธีการเขียนเพลงในแบบ ALYN?

ผมมีทำนองอยู่ในหัวตลอด ผมจะเริ่มทุกอย่างด้วยทำนอง ไม่ว่าขึ้นด้วยกีตาร์หรือเปียโน ผมจะฮัมทำนองไปด้วยตลอด วิธีนี้ผมจะได้เนื้อเพลงมาบางส่วน แล้วค่อยมาตีความต่อ แต่ทำนองจะมาก่อนเสมอ จากนั้นเราค่อยเกลาว่าเนื้อโอเคหรือยัง สำหรับผมทำนองสำคัญที่สุด ร้องเปล่าๆ ก็ต้องชอบ ผมไม่ใช่สายที่มาจากกรู๊ฟ หรือ Sound Design

 

 

ในส่วนเนื้อร้อง ผมหลงใหลที่จะพูดถึงความรัก การอกหัก ความผิดหวัง เรื่องที่มาจากชีวิตตัวเอง กับเรื่องที่เราเมคขึ้นมา การแอบชอบ ความรักที่บ่งบอกทางภาษากาย อย่างเพลง จูบ หรือการใช้สัญญะเข้ามาเล่าเรื่องในเพลง แมงมุม ที่พูดถึงชีวิต เราเปรียบกับแมงมุมที่อยู่ในโลกที่เจอปัญหามากมาย เจอลมฝน เจอแดด เจอพายุ แต่สุดท้ายเราก็หันมาทำตาลุกวาว

 

มีหลายคนที่พยายามผลักดันตัวเองเข้าสู่การเป็นศิลปินผ่านช่องทางยูทูบ ต้องทำยังไงถึงประสบความสำเร็จ และการค้นหาสไตล์ ตัวตน?

ผมไม่รู้จริงๆ ว่าทำยังไงให้ประสบความสำเร็จ เพราะตอนผมทำแรกๆ ก็ไม่มีใครดูเหมือนกัน เป็นคนโลว์เทค ไม่รู้ต้องทำยังไง โปรโมตแบบไหนให้ยอดวิวสูง และผมก็ไม่ได้ไปโฟกัสกับชื่อเสียงขนาดนั้น เราแค่ทำเพลงออกมาให้ดีที่สุด ทำผลงานที่เราภูมิใจ ปล่อยออกไปแล้วกลับมาฟังกี่ครั้งก็ไม่เสียดาย รักเพลงเหมือนลูกของเรา ถ้าเราทำในสิ่งที่รัก ผมว่าคนฟังจะสัมผัสได้ แน่นอน ชื่อเสียงเป็นสิ่งที่ทุกคนฝันถึง แต่มันไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด สำคัญที่สุดคือ สร้างผลงานที่เรารักให้ดี

 

ก้าวมาเป็นศิลปินเต็มตัวแล้ว เป้าหมายต่อไป อยากผลักดันตัวเองไปทางไหน?

อยากทัวร์ต่างจังหวัด ทัวร์ต่างประเทศ อยากเอาเพลงภาษาไทย เพลงสากลของเราไปเปิดตลาด

 

แสดงว่าเป้าหมายลึกๆ อยากยกระดับให้วงการเพลงไทยด้วย?

ใช่ครับ เราต้องเชื่อมั่นในสิ่งที่ชอบ ผมไม่เคยคิดว่าคนอยากจะฟังแบบไหน แล้วผมทำสนองความต้องการคนฟัง แต่ผมทำเพลงสนองตัวเอง ว่าผมชอบเพลง หรือชอบฟังแบบไหน ถ้าคนที่เค้าชอบในแบบเดียวกับเรา เค้าจะมาฟังเอง

 

ศิลปินอินดี้ ไม่ใช่ทุกคนทำแล้วรอด หรือขึ้นมาอยู่ในจุดที่ได้รับการยอมรับได้?

ถ้าเราตั้งคำถามว่าเราจะดังมั้ย เราจะหาเงินได้มั้ย ถ้าเราไปโฟกัสตรงนั้นก่อนการทำงานศิลปะ ก่อนเรื่องดนตรี หรือแพชชั่นของเรา มันก็คงทำได้ไม่นาน แต่ถ้าเราโฟกัสในสิ่งที่เรารัก เรามีความสุข วันนี้เราได้ทำเพลงแล้วนะ แค่นี้มันก็โชคดีแล้ว อย่างผมก็โชคดีที่ได้ทำสิ่งที่รัก แล้วมีคนซัพพอร์ต แค่ก็ดีมากๆ แล้ว ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ผมก็มีแรงขับเคลื่อนต่อไป

ดู ALYN เป็นคนที่เชื่อมั่นกับสิ่งที่รัก และมีแพชชั่นอย่างรุนแรง เคยท้อบ้างมั้ย?

เราต้องมีการรับมือ แต่พอในหัวผมรู้สึกว่า ทุกวันนี้มันมีความสุข ได้ทำสิ่งที่รัก มันโชคดีแค่ไหนแล้ว อาจจะมีวันที่ท้อบ้าง เหนื่อยบ้าง ผิดหวังบ้าง แต่ความสุข และแพชชั่นในการทำเพลงมันมากกว่า สิ่งเหล่านี้ช่วยดึงความท้อออกไป มันสำคัญที่ว่า คุณรักมันจริงๆ หรือเปล่า หรือเราแค่อยากทำเพื่อหาเงิน เรามองในโอกาสที่ได้รับตลอด มันคือความฝันของผม ผมได้ทำมันและมันพาผมไปเจอกับศิลปินเก่งๆ ได้เจอแฟนคลับ ได้เจอคนดู ได้เจอประสบการณ์ ได้ไปยังสถานที่ใหม่ๆ ตลอดเวลามันเป็นชีวิตที่สนุกเกินกว่าจะท้อ

 

อยากให้คนฟังได้รับอะไรจากเพลงของเรา?

ความสุขครับ อาจจะฟังดูเลี่ยนแต่มันคือความจริง เราแต่งเพลงเพื่อให้คนฟังรู้สึกดี อาจจะช่วยให้เค้ารู้สึกอะไรบางอย่างกับชีวิตในทางบวก สักนิดก็ยังดี แต่งมาแล้วเค้า Relate กับเพลง รู้สึกไปกับเพลงเราได้ แค่นี้ก็แฮปปี้แล้ว

 

 

 

การได้รับอิทธิพลจากศิลปินต่างประเทศ มันอาจมีผลต่องานของเรา คนฟังบางกลุ่มมองว่าไปก็อปปี้มา รู้สึกยังไง?

มันเรื่องปกติมาก ที่ผลงานของเราจะมีกลิ่น มีความคล้ายกับศิลปินที่เราชอบ เพราะสิ่งเราสร้างสรรค์ออกมา มันมาจากสิ่งที่เราเสพอยู่แล้ว มันปกติและไม่เคยเอามาคิดมาก แต่ผมพยายามจะหลีกเลี่ยง ถ้ามันเหมือนมาก สิ่งที่ผมทำคือเสพเพลงที่ชอบเยอะๆ แล้วพอทำเพลงก็ไม่ต้องไปคิดอะไร

 

 

 

ไลฟ์สไตล์นอกจากดนตรี?

ชอบออกกำลังกาย ฟิตเนส ชอบที่จะดูแลตัวเองให้เราใช้ชีวิตได้เต็มที่ ชอบเล่นกีฬาฟุตบอลตั้งแต่เข้าค่าย Loveis ชอบดู Netflix อย่าง Black Mirror, The Original ผมดูไปเรื่อย ซีรีส์เกาหลีก็ดู บางทีก็ได้อินสไปร์มาแต่งเพลง อย่าง 13 Reasons Why ผมก็เขียนเพลงที่เกี่ยวกับการเกลียดตัวเอง การมองตัวเองเป็นตัวประหลาด ผมเลยชอบหนัง อ่านหนังสือบ้างก่อนนอนช่วยคลายเครียด

 

แฟชั่นการแต่งตัวของ ALYN?

ไม่ตายตัวครับ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ชอบแฟชั่นแต่ไม่ได้ศึกษาจริงจัง แต่หลังๆ จะชอบสไตล์มินิมอล คลาสสิค สะสมไอเท็มที่สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ในแบบของเรา รองเท้าสีดำ รองเท้าสีขาว เสื้อยืดธรรมดาขาว เทา ดำ แจ็คเก็ตสีน้ำตาล สีกรม ยีนส์

 

ตัวเราเองมีเสน่ห์ตรงไหน?

บอกไม่ถูกครับ (หัวเราะ) ต้องถามคนอื่นที่มองเราว่ามีเสน่ห์ตรงไหน แต่ถ้าให้เดา คงเป็นตอนร้องเพลง เพราะผมมองคนอื่นมีเสน่ห์ตอนเค้าทำสิ่งที่รัก สิ่งที่เค้ามีแพชชั่น